คู่มือเลือก “สุขภัณฑ์” พร้อมไอเดียจัดผังห้องน้ำ 3 สไตล์ (Standard / Premium / Platinum)

Introduction

เราพูดถึงเรื่องสี ก๊อกน้ำ และโซนอาบน้ำกันไปแล้ว วันนี้ Englefield ขอปิดท้ายด้วยเรื่องที่ “ใหญ่” และ “สำคัญ” ที่สุดในห้องน้ำ นั่นคือ “โถสุขภัณฑ์ (Toilet)”

คุณรู้ไหมว่าเราใช้เวลาอยู่บนสุขภัณฑ์เฉลี่ยวันละหลายนาที และการติดตั้งหนึ่งครั้งต้องอยู่ยาวนานถึง 7-10 ปี? การเลือกผิดจึงไม่ใช่แค่เรื่องเสียเงิน แต่คือความทรมานในระยะยาว วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีเลือกสุขภัณฑ์ให้ “นั่งสบาย” พร้อมแถมท้ายด้วยไอเดียจัดผังโซนอาบน้ำตามขนาดพื้นที่ เพื่อให้ห้องน้ำของคุณสมบูรณ์แบบรับปีใหม่


Part 1: เลือกสุขภัณฑ์อย่างไร? ให้คุ้มค่าและนั่งสบายที่สุด

หลักการสำคัญที่สุดที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ “ต้องทดลองนั่งจริง” อย่าดูแค่ดีไซน์หรือแคตตาล็อก เพราะสรีระของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

1. เช็กทรงฝารองนั่ง (Seat Cover)

  • ฝารองนั่งแบบแบน (Flat): เหมาะสำหรับคน “รูปร่างเล็ก”
  • ฝารองนั่งแบบเอียง (Sloped/Contoured): ออกแบบมารับสรีระคน “รูปร่างใหญ่”
  • คำแนะนำ: หากห้องน้ำนี้ใช้ร่วมกันหลายคน ควรเลือกแบบที่ความชันไม่มากจนเกินไป (Middle Ground) เพื่อให้ทุกคนใช้งานได้สบาย

2. เช็กความทนทานและบริการหลังการขาย

สุขภัณฑ์คือการลงทุนระยะยาว ควรเลือกแบรนด์ที่มีบริการอะไหล่รองรับ เพราะระบบชำระล้างอาจเสื่อมสภาพตามกาลเวลา (3.5 – 6 ลิตร) การมีอะไหล่เปลี่ยนจะช่วยให้คุณไม่ต้องรื้อเปลี่ยนโถใหม่ทั้งใบ

3. เช็กระยะติดตั้ง (Installation Standard)

จำตัวเลขนี้ให้แม่น! มาตรฐานการติดตั้งท่อน้ำทิ้ง (PVC ขนาด 4 นิ้ว) จะต้องมีระยะห่างจากผนังถึงจุดศูนย์กลางท่อที่ 305 มม. นี่คือระยะมาตรฐานสากล ระยะการติดตั้งพื้นหลังสุชภัณฑ์กว้างหรือแคบเกินไป ติดตั้งไม่ลงตัวและอาจมีกลิ่นย้อนกลับได้


Part 2: รู้จัก 4 ประเภทสุขภัณฑ์ (เรียงตามความหรูหรา)

  1. สุขภัณฑ์สองชิ้น (Two-Piece): ตัวโถกับถังพักน้ำแยกชิ้นกัน ข้อดีคือซ่อมง่าย เปลี่ยนอะไหล่แยกชิ้นได้ ราคาเข้าถึงง่าย แต่อาจมีซอกมุมให้ทำความสะอาดยาก
  2. สุขภัณฑ์ชิ้นเดียว (One-Piece): หล่อขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว ไร้รอยต่อ ลดการสะสมของเชื้อโรค ดีไซน์สวยทันสมัย ทำความสะอาดง่าย แต่ราคาสูงกว่า เนื่องจากผลิตยากกว่าและโอกาสสำเร็จจาการอบความร้อนสูงมีน้อยกว่า สุขภัณฑ์ 2 ชิ้น
  3. สุขภัณฑ์แบบแขวนผนัง (Wall-Hung): ที่สุดของความมินิมอลและหรูหรา ตัวโถลอยจากพื้น ทำความสะอาดพื้นง่ายมาก แต่การติดตั้งซับซ้อนกว่าเนื่องจากต้องเตรียมให้เหมาะสมกับการติดตั้งขายึด
  4. สุขภัณฑ์อัจฉริยะ (Electronic/Smart Toilet): คือการอัปเกรดฟังก์ชัน เช่น ระบบก้านฉีดชำระอัตโนมัติ ฝารองนั่งอุ่น เป่าลมแห้ง หรือไฟส่องสว่างตอนกลางคืน เป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความหรูหราให้กับสุขภณฑ์ที่มาพร้อมกับงบประมาณที่สูงกว่า

Part 3: Bathroom Set ไอเดียจัดโซนอาบน้ำ 3 สไตล์

เมื่อได้สุขภัณฑ์แล้ว มาดูการจัดวาง “โซนเปียก” ให้เหมาะกับขนาดห้องน้ำของคุณกันครับ

1. STANDARD SET (พื้นที่จำกัด)

  • ขนาดห้องน้ำ: 2.5 – 3.0 ตร.ม. (โซนเปียก 1.0 x 1.2 ม.)
  • การจัดวาง: เน้นฟังก์ชันพื้นฐาน ใช้วาล์วฝักบัว (แบบฝังหรือลอย) คู่กับ “ฝักบัวสายอ่อนและราวเลื่อน (Slide Bar)” เพื่อปรับระดับความสูงได้ หรือหากต้องการความคลีนจะใช้แค่ขอแขวนฝักบัวก็ได้ เน้นความโปร่งและประหยัดพื้นที่

2. PREMIUM SET (เพิ่มความสุนทรีย์)

  • ขนาดห้องน้ำ: 2.7 – 4.0 ตร.ม. (โซนเปียก 1.2 x 1.2 ม.)
  • การจัดวาง: อัปเกรดประสบการณ์ด้วย “Rain Shower”
    • แบบไม่ฝังผนัง (Exposed): ติดตั้งง่าย เหมาะกับงานรีโนเวท
    • แบบฝังผนัง (Concealed): ซ่อนท่อ สวยหรู ดูแพง แต่ต้องวางแผนเดินท่อให้ดี

3. PLATINUM SET (หรูหราระดับ 5 ดาว)

  • ขนาดห้องน้ำ: 5.0 – 8.0 ตร.ม. ขึ้นไป
  • การจัดวาง: จัดเต็มฟังก์ชันครบครัน หรือที่เรียกว่า Full Option นอกจาก Rain Shower แล้ว จะมีการเพิ่ม “อ่างอาบน้ำ (Bathtub)” เข้ามา (ใช้พื้นที่เพิ่ม 2-3 ตร.ม.)
  • ข้อควรระวัง: ต้องเว้นระยะทางเดิน (Space) ให้เหมาะสม ไม่ให้อ่างอาบน้ำเบียดโซนอื่นจนอึดอัด เพื่อให้ได้บรรยากาศโรงแรมหรูอย่างแท้จริง

ทสรุป

การทำห้องน้ำที่ดี ไม่ใช่แค่การเลือกของแพงที่สุด แต่คือการเลือกสิ่งที่ “เหมาะสม” กับสรีระและพื้นที่ของคุณที่สุด

Englefield Thailand ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ติดตามและไว้วางใจเรามาตลอดปี หวังว่าบทความ Series นี้จะเป็นคู่มือที่ช่วยให้การแต่งบ้านของคุณง่ายขึ้น พบกันใหม่ปีหน้าพร้อมเทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ