มีห้องน้ำชายสาธารณะกี่แห่งที่คุณเคยเข้าไปแล้วได้กลิ่นเหม็นตั้งแต่ยังไม่ถึงประตู — เพราะโถปัสสาวะไม่ได้ถูกล้างทุกครั้งที่ใช้?
นั่นคือสัญญาณชัด ๆ ว่าอาคารนั้นยังใช้ระบบ flush valve แบบโบราณที่ต้องอาศัยการกดหรือบิดด้วยมือ และในโลกความเป็นจริง ผู้ใช้ไม่กดทุกครั้ง
เซ็นเซอร์โถปัสสาวะ แก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด — ล้างอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เดินออก ไม่ต้องสัมผัสพื้นผิวใด ๆ และประหยัดน้ำได้จริงเมื่อตั้งค่าให้ถูกต้อง
เซ็นเซอร์โถปัสสาวะทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานไม่ซับซ้อน: เซ็นเซอร์อินฟราเรดที่ติดตั้งบนหรือใกล้โถจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ เมื่อผู้ใช้ยืนอยู่ในระยะ เซ็นเซอร์จะรู้ว่ากำลังมีการใช้งาน พอผู้ใช้เดินออกและเซ็นเซอร์ไม่ตรวจพบการเคลื่อนไหวอีก ระบบจะสั่งปล่อยน้ำล้างอัตโนมัติตามปริมาณที่ตั้งไว้
ระบบส่วนใหญ่ในท้องตลาดปัจจุบันใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ (6V หรือ 9V) หรือแปลงไฟจาก AC ซึ่งทำให้ติดตั้งได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินสายไฟเพิ่มเติม
เซ็นเซอร์โถปัสสาวะมีกี่แบบ?

1. แบบ Exposed (ติดภายนอก)
เซ็นเซอร์และวาล์วติดตั้งเปิดเผยบนผนังหรือบนตัวโถ มองเห็นได้ชัดเจน เหมาะกับการ ติดตั้งเพิ่มเติมในโถที่มีอยู่แล้ว หรือห้องน้ำที่ไม่ต้องการเจาะผนัง ข้อดีคือบำรุงรักษาง่าย เข้าถึงชิ้นส่วนได้สะดวก
2. แบบ In-Wall (ฝังในผนัง)
วาล์วและท่อทั้งหมดซ่อนอยู่ในผนัง มีเพียงแผ่นปิดหน้า (faceplate) ที่เห็นจากภายนอก ให้ดูเรียบหรูและทำความสะอาดง่ายกว่ามาก เหมาะกับ งานก่อสร้างใหม่ โรงแรม หรืออาคารที่ต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม
3. แบบ Retrofit Sensor (เพิ่มเซ็นเซอร์ในโถเดิม)
สำหรับอาคารที่มีโถปัสสาวะอยู่แล้วและต้องการอัปเกรดโดยไม่ต้องเปลี่ยนโถใหม่ทั้งชุด ต้นทุนต่ำกว่า แต่ความน่าเชื่อถือระยะยาวขึ้นอยู่กับความเข้ากันได้ของอุปกรณ์
ประหยัดน้ำได้จริงแค่ไหน?
โถปัสสาวะแบบ flush valve ทั่วไปใช้น้ำ 3–6 ลิตรต่อการล้างหนึ่งครั้ง เซ็นเซอร์สมัยใหม่สามารถปรับลดลงมาเหลือ 1–2 ลิตรต่อครั้ง โดยที่ยังล้างสะอาดพอ
อาคารสำนักงานขนาดกลาง (พนักงาน 100–200 คน) ที่ใช้โถปัสสาวะชาย 4–6 โถ ประมาณการใช้งาน 5–10 ครั้ง/โถ/ชั่วโมง ในวันทำงาน 8 ชั่วโมง:
- ระบบเก่า (3 ลิตร/ครั้ง): ราว 720–1,440 ลิตร/วัน
- ระบบเซ็นเซอร์ (2 ลิตร/ครั้ง): ราว 480–960 ลิตร/วัน
ประหยัดได้ประมาณ 30–40% เฉพาะส่วนนี้
จุดที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อ
- แหล่งพลังงาน: แบตเตอรี่เหมาะกับการติดตั้งที่ไม่ต้องเดินสายไฟ แต่ต้องเปลี่ยนทุก 1–2 ปี แบบต่อไฟบ้านเหมาะกับโถที่ใช้งานหนัก
- ระยะตรวจจับ: ควรอยู่ที่ 40–80 ซม. และปรับได้ตามขนาดพื้นที่
- Time Delay: เวลา delay ระหว่างที่ผู้ใช้ออกไปและการปล่อยน้ำ ควรอยู่ที่ 2–5 วินาที
- IP Rating: ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีมาตรฐานอย่างน้อย IP65 สำหรับสภาพแวดล้อมชื้น
เซ็นเซอร์โถปัสสาวะ Englefield
Englefield มีระบบเซ็นเซอร์สุขภัณฑ์ทั้งแบบ In-Wall และ Exposed ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานนิวซีแลนด์ เหมาะสำหรับทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน โรงเรียน และโรงพยาบาล ระบบ In-Wall ออกแบบให้ซ่อนท่อและวาล์วทั้งหมดในผนัง เหลือเพียงแผ่น faceplate ที่ทำความสะอาดได้ง่าย ลดการสะสมของแบคทีเรียในพื้นที่สัมผัสได้อย่างมีนัยสำคัญ
การบำรุงรักษาเซ็นเซอร์โถปัสสาวะ

- เช็ดเลนส์เซ็นเซอร์เดือนละครั้งด้วยผ้าแห้งสะอาด
- ตรวจสอบแบตเตอรี่ตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ
- ทดสอบการทำงานเดือนละครั้ง
- ล้างวาล์วปีละครั้งเพื่อป้องกันตะกรันอุดตัน
สรุป
สำหรับห้องน้ำที่มีการใช้งานสูง (50+ คนต่อวัน) ระบบเซ็นเซอร์ช่วยลดค่าน้ำ ลดปัญหากลิ่น ลดภาระแม่บ้าน และยกระดับภาพลักษณ์ของอาคาร หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อทีมงาน Englefield ได้โดยตรง
ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับการพิจารณาเลือกใช้งาน สำหรับการติดตั้งและการคำนวณปริมาณน้ำที่เหมาะสม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสุขาภิบาลหรือทีมวิศวกรของโครงการ
เขียนโดย ทีมผู้เชี่ยวชาญ Englefield Thailand ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสุขภัณฑ์คุณภาพจากนิวซีแลนด์